ผมได้เจอแนวคิดของเด็กสองภาษา (Bilingual Child) ครั้งแรกจากหนังสือที่ชื่อว่า "เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้" และผมลองอ่านดูแล้วมีแนวคิดที่น่าสนใจหลายอย่างเลยจนผมตัดสินใจกับภรรยาว่าจะสอนภาษาอังกฤษให้ลูกตั้งแต่วันนี้ ^__^ (ฮึ่ม ลองดูสักครั้ง!!! แม้เราจะไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษเหมือนเจ้าของภาษาก็ตาม lol) วิธีการสอนของผมทำตามแนวทางหนังสือ เรียกว่า "One Parent One Language" โดยผมจะเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษกับลูกเสมอ ส่วนภรรยาจะพูดภาษาไทยเสมอ มีแนวคิดหลายอย่างที่ผมเห็นด้วยกับหนังสือเล่มนี้ครับ เช่น การสอนภาษาอังกฤษแบบคนไทยที่ให้ท่องจำศัพท์ ท่องจำ Grammar นั้นผิดหลักธรรมชาติ คนเจ้าของภาษาเค้าไม่ได้เรียนกันแบบนั้น! แต่เค้าเรียนรู้จากการใช้ในชีวิตประจำวันต่างหาก ลองคิดดูสิครับว่าเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่อนุบาลมาจนจบปริญญาตรี ส่วนใหญ่ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้อย่างช่ำชอง นั่นมันเวลาเกือบ 20 ปีเลยนะที่เราเรียนภาษาอังกฤษ! เฮ้ยมันต้องมีอะไรผิดในระบบการสอนภาษาแน่นอน พ่อแม่คือครูสอนภาษาที่ดีที่สุด เพราะพ่อแม่สามารถให้เวลากับลูกมากกว่าครูได้ และพ่อแม่ทุกคนมีความรักที่จะช่วยผลักดันให้สามารถสอนลูกให้เก่งภาษาได้สำเร็จ เด็กช่วงอายุแรก ไม่เกินหนึ่งปี+ สามารถเรียนรู้ภาษาอะไรก็ได้ เด็กจะจดจำภาษาได้ดี ลองนึกถึงพ่อแม่ที่เป็นคนละชาติกันครับ พ่อเป็นฝรั่ง แม่เป็นคนไทย ลูกจะสามารถเรียนรู้ทั้งสองภาษาได้ พูดกับพ่อเป็นภาษาอังกฤษ และพูดกับแม่เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษเป็นภาษามาตรฐานที่กลายเป็นภาษาที่คนทั่วไปในเด็กยุคนี้เมื่อเติบโตขึ้นเค้าจะพูดได้กันหมด ถ้าเด็กคนไหนที่พูดไม่ได้จะกลายเป็นเด็กที่แปลกแยกไปเลยล่ะครับ ขาดโอกาสต่างๆมากมาย ผมยังคิดเสียด้วยซ้ำว่าปัจจุบันเด็กควรพูดได้อย่างน้อยตั้งแต่ 3 ภาษาขึ้นไปครับ ลองดูผู้แต่งหนังสือ คุณพงษ์ระพี … Continue reading เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้
Author: Wai Thanawat
เริ่มลงมือทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ อย่าโทษโน่นโทษนี่ เพราะมันไม่มีอะไรดีขึ้นมา!
หนังสือ 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง (7 Habits of Highly Effective People) เขียนโดย Stephen R. Covey ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่อมตะจริงๆ ผมได้อ่านครั้งแรกตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ น่าจะ 10 ปีได้ละ แต่แง่คิดในหนังสือเล่มนี้กลับยังนำมาใช้ได้เรื่อยๆครับ โดยเฉพาะในเรื่อง "การลงมือถือ" อุปนิสัยแรกที่ Stephen พูดถึงคือการเป็นคน Proactive หรือคนที่เริ่มลงมือทำ คนที่ชอบลุยไปเลย (Execution-oriented) คนที่ชอบลงมือทำจะชอบถามตัวเองเสมอๆในการทำงานครับ ว่า... ในสถานการณ์แบบนี้ เราสามารถทำอะไรได้บ้าง? เราสามารถลงมือทำอะไรได้เลยบ้าง คำถามนี้จะช่วยให้เรามุ่งไปในสิ่งที่เรามีอำนาจ สิ่งที่เราสามารถลงมือทำได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องรอสถานการณ์ใดๆเกิดขึ้นก่อน เป็นเรื่องที่อยู่ในความควบคุมของเรานั่นเอง การคิดแบบนี้ผมเชื่อว่าเป็นการแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มเลยทีเดียว คือ Proactive Type และ Reactive Type คนที่เชื่อว่าจะเข้าไปลุยทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้คือ Proactive ส่วนคนที่รอให้คนอื่นมานำ หรือรอให้เหตุการณ์ต่างๆชักพาไปเอง กลุ่มนี้คือ Reactive Stephen อธิบายไว้ง่ายๆได้ภาพวงกลมสองวงนี้ครับ Proactive จะมุ่งพลังไปจดจ่อในสิ่งที่เรียกว่า Circle … Continue reading เริ่มลงมือทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ อย่าโทษโน่นโทษนี่ เพราะมันไม่มีอะไรดีขึ้นมา!
รวมวิธีการใช้ Mac และโปรแกรมฟรีแนะนำ
เหตุเพราะผมเพิ่งย้ายมาใช้ Mac ได้ประมาณ 1 เดือนพอดี ทำให้ต้องปรับตัวหลายอย่างมากๆ ทีนี้เลยขอโน๊ตเทคนิค วิธีการใช้ Mac ไว้หน่อย รวมทั้งโปรแกรมฟรีต่างๆสำหรับ Mac ครับ คนที่จะใช้ Mac ได้คล่อง จำเป็นมากๆเลยคือการใช้ Shortcut Key ครับ ผมรวมคีย์สำคัญๆมาไว้ตามนี้ Ctrl+Command+F = Full Screen App Command+W = Close Window Command+Q = Close App Command+Tab = Switch btw App Control+Tab = Switch btw Window Control+Up = Mission Control Control+Left = Dashboard Control+Space = Spotlight Four … Continue reading รวมวิธีการใช้ Mac และโปรแกรมฟรีแนะนำ
รักเธอประเทศไทย
วันที่ 22 พฤษภาคม 57 เป็นวันที่ทหารออกมาปฏิวัติอีกครั้งหนึ่งเพื่อนำความสงบและเรียบร้อยกลับคืนสู่ประเทศไทย ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายใด ผมเลือกอยู่ฝ่ายประเทศไทย และผมก็ยังจะรักและภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย ผมเชื่อว่า "อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ" ผมอยากมองไปข้างหน้า และคิดๆๆๆๆ ว่าเราสามารถลงมือทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ประเทศไทยเราดีขึ้น พัฒนาขึ้นไปได้อีกมาก ขอให้อย่าท้อ ท้อได้บ้างแต่ขอให้ลุยไปข้างหน้าต่อไปครับ รักเธอประเทศไทย
การทดสอบยูสบิลิตี้แบบลดกระหน่ำ (ประหยัดและได้ผลคุ้มการลงทุนมากๆ)
การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยถ้าเราไม่รู้จักผู้ใช้ของเราดีพอ หลักการนึงในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้จะชื่นชอบ หรือการสร้างธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จที่ลูกค้าชื่นชอบ คือ Fail Fast! คือล้มเหลวให้เร็ว แต่จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นครับ เราสามารถสร้าง Prototype ของผลิตภัณฑ์ขึ้นมาก่อน (เป็นตัวเทียบเคียงกับสินค้าที่เราจะสร้าง) แล้วให้กลุ่มผู้ใช้มาลองเล่นดู ให้เราคอยสังเกตการณ์ดูครับว่าเค้าใช้แล้วชอบมั้ย ไม่ชอบยังไง วิธีการนี้ผมขอเรียกตามหนังสือ Don't Make Me Think ว่า การทดสอบยูสบิลิตี้แบบลดกระหน่ำ (ประหยัดและได้ผลค้มการลงทุนมากๆ) ล่าสุดนี้ผมกับทีมเพิ่งทำ Usability Test หรือ User Test ไปสองรอบด้วยกัน เราได้พบเจอสิ่งที่เราไม่คาดคิดว่าผู้ใช้จะเข้าใจไปในแบบนั้น ประโยชน์ที่เราได้คือเราสามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์เราได้เลยตั้งแต่ตอนที่มันยังเป็น Prototype เพราะมันปรับง่าย! ถ้าคุณไปพบเจอทีหลังที่คุณสร้างสินค้าออกสู่ตลาดไปแล้ว คุณจะเสียเวลามากมายในการปรับปรุงทีหลัง เราทำ Usability Test กับผู้ใช้ 5 คน ระยะเวลาสั้นๆไม่เกินคนละ 30 นาที จากที่ได้ลองทำมาแล้วรู้เลยว่าระยะเวลาประมาณสามสิบนาทีต่อคนเป็นเวลาที่เหมาะครับ มากกว่านั้นจะเริ่มลงลึกเกินไปแล้วเริ่มเนือยๆเหนือยๆกันมากไป เน้นให้การถามตอบกระชับและไปที่จุดประสงค์ที่เราอยากทดสอบที่สุด และสุดท้ายหลังจากทดสอบเสร็จ ให้ทีมที่ทดสอบประชุมสรุปกันให้จบในวันนั้นไปเลยว่า สรุปแล้วเราพบเจออะไรบ้าง เราควรปรับปรุงอะไรบ้าง เพราะถ้าเราเก็บผลไว้แล้วค่อยมาสรุปทีหลัง มันจะช้าไปครับ ข้อมูลที่เราได้จากผู้ใช้ยังสดใหม่อยู่ในหัวเรา การสรุปเลยจะทำให้ทีมประมวลผลได้ดีที่สุดครับ … Continue reading การทดสอบยูสบิลิตี้แบบลดกระหน่ำ (ประหยัดและได้ผลคุ้มการลงทุนมากๆ)
Go Mac!
ช่วงนี้อยากลองเปลี่ยนแปลงหาอะไรแปลกใหม่ เลยลองเปลี่ยนมาใช้ MacBook ดู ลองคิดย้อนไปดู ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ที่ผมเคยเล่นมาตั้งแต่ต้นมีดังนี้ครับ DOS OS2 Warp (IBM) Linux Unix Windows 3.1, Me, XP, Vista, 7, 8 รุ่นใหม่ๆตอนนี้ก็จะมีพวก Android, iOS เข้ามาด้วย แปลกที่ระบบ Mac OS ไม่ค่อยได้ใช้เลย เหตุเพราะเคยลองแล้วไม่คุ้นอย่างแรง จริงๆมีช่วงนึงตอนป.ตรี ปี3โน่น ที่ได้ไปเรียนระยะสั้นๆใน Stanford-Thai Exchange Program ตอนนั้นเข้าไปใช้ชีวิตใน Stanford University เลยครับ จำได้ว่าตอนนั้นแปลกใจมาก ทำไมในมหาลัยฯมีแต่เตรียม Mac ไว้ให้ใช้ ไม่มี PC Windows เลย ช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงที่ใช้ Mac เยอะสุดละ เครื่องจะเป็นรุ่น iMac หน้าตาประมาณนี้ … Continue reading Go Mac!
เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (เราถึงทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้) ตอนที่ 2
มาต่อกันที่ภาคจบของ "เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร?" ครับ ภาคนี้พูดถึงการนำไปใช้งานละครับ 3. ประโยชน์ของการเริ่มต้นด้วยคำถามว่าเพราะอะไร 3.1 เพื่อการสร้างทีมงานชั้นยอด คุณจะไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ชั้นยอดได้เลยถ้าคุณไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนชอบที่จะมาทำงานกับคุณ และทำให้ทีมงานมีความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ในการทำงานร่วมกันอย่างทีมที่แข็งแกร่ง คุณสามารถสร้างความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ได้โดยการสื่อสารและแสดงให้เห็นว่าคุณมีความเชื่อและค่านิยมแบบเดียวกับกลุ่มคนที่คุณสื่อสาร คุณจำเป็นต้องเล่าว่าเพราะอะไร (Why) คุณถึงสร้างผลิตภัณฑ์/องค์กรนี้ขึ้นมา และพิสูจน์ความเชื่อของคุณด้วยผลิตภัณฑ์/องค์กร (What) ที่เป็นสิ่งจับต้องได้ชัดเจน Why คือความเชื่อ How คือการกระทำเพื่อให้ความเชื่อของเราเป็นรูปธรรมขึ้นมา และ What คือผลจากการลงมือทำดังกล่าว เมื่อทั้ง 3 อย่างนี้เกิดขึ้นมาสมดุล จะก่อให้เกิดความไว้วางใจ (Trust) และทำให้ผู้คนเห็นคุณค่า (Value) ของสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา หน้าที่ของผู้นำองค์กรคือไม่ใช่แค่สรรหาคนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทีม แต่ยังต้องสมควรหาคนที่เชื่อในสิ่งที่องค์กรคุณเชื่อและยึดถือด้วย คุณไม่ได้แค่ต้องการคนที่มีทักษะความสามารถ (Skills) แต่คุณต้องการคนที่มีทัศคติ (Attitude) ตรงกับองค์กรคุณด้วย การสรรหาทีมงานด้วยการเริ่มต้นว่าเพราะอะไร จะช่วยให้คุณวัดทัศคติความเชื่อของเค้าว่าเข้ากับองค์กรคุณได้มั้ย และเมื่อผ่านด่านนี้ คุณถึงค่อยไปวัดทักษะความสามารถว่ามีพอมั้ย องค์กรชั้นเลิศไม่ได้รับคนที่มีทักษะความสามารถเข้ามาแล้วกระตุ้นให้เค้าทำงาน แต่เค้ารับคนที่กระตือรือร้นอยากทำงานเข้ามาและสร้างแรงบันดาลใจให้เค้าสร้างผลงานชั้นยอด ถ้าคุณไม่กระตุ้นให้ทีมงานคุณเชื่อในบางสิ่งบางอย่าง บางสิ่งที่ใหญ่กว่าเนื้องานที่เค้าทำ พวกเค้าจะกระตุ้นตัวเองให้ออกไปตามหางานใหม่ที่อื่น แล้วองค์กรคุณจะเหลือแต่ทีมงานที่ไร้ซึ่งความเชื่อใดๆในองค์กรคุณเลย 3.2 เพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการในวงกว้าง … Continue reading เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (เราถึงทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้) ตอนที่ 2
เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (เราถึงทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้) ตอนที่ 1
ผมได้ดู TED อันนึงเมื่อเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาที่นำเสนอโดย Simon Sinek เรื่อง How great leaders inspire action มันได้ตบไอเดียเข้าที่หัวผมมากเสียจนผมต้องเขียนบล๊อกถึงไว้ ผ่านมาเกือบหนึ่งปี ผมก็ได้คว้าหนังสือ Start with Why: How Great Leaders Inspire Everyone to Take Action มาอ่านจบจนได้ ได้แนวคิดที่น่าสนใจ และผมได้ลองเอามาใช้จริงกับตัวเองแล้ว ทำให้ผมรู้สึกว่าเรามีแรงขับดันในการทำสิ่งต่างๆ ผมมีความชัดเจนในใจมากขึ้นว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ ผมทำไปเพื่ออะไร? ผมทำไปเพราะอะไร? ผมขอสรุปไอเดียสำคัญของหนังสือเล่มนี้ไว้ในบล๊อคนี้ครับ เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (Start with Why) 1. โลกที่ปราศจากจิตวิญญาณและความเชื่อ เพราะไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่า เพราะอะไร? Apple คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าทำไมเราต้องเริ่มต้นด้วยคำถามว่าเพราะอะไร Apple ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่ขายคอมพิวเตอร์, เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล, โทรศัพท์มือถือ แต่ Apple สามารถท้าทายความเชื่อเดิมๆของการพัฒนาสินค้าได้อย่างหมดจดด้วยการคิดต่างอย่างสร้างสรรค์ เค้าทำได้อย่างไร? เหตุผลง่ายๆคือ Apple สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน (Inspiration) Apple … Continue reading เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (เราถึงทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้) ตอนที่ 1
8 ข้อคิดฝึกการใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ผลจริง (ไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นวิธีให้เห็นผลจริง)
ภาษาอังกฤษในยุคนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเอามากๆครับ เป็นตัวแบ่งคนกลุ่มคนที่มีโอกาสเติบโตไปประสบความสำเร็จได้มาก กับอีกกลุ่มที่ตันไม่สามารถไปไหนต่อได้ไกล และยิ่งทุกวันนี้ที่โลกเราแคบมากขึ้น AEC กำลังจะเปิด คนต่างชาติไหลเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น มาแข่งกับคนไทยในการหางาน โดยที่เค้าสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนไทย ถ้าเราไม่เริ่มปรับตัวพัฒนาตัวเองให้ใช้ภาษาอังกฤษได้เก่งในวันนี้ก็ถือว่า "เราสายไปมากแล้วครับ" ผมอยากสรุปแนวคิดสั้นๆ กลั่นเอาจากประสบการณ์ที่ผมเรียนภาษาอังกฤษมาเนิ่นนาน (คนไทยเรียนภาษาอังกฤษกันนานไปไหม?) และจากการที่ได้นำมาใช้ในการทำงานหลายปี อยากให้สามารถนำไปปฏิบัติได้เลยทันที (แบบ Cookbook ตำราอาหาร) ไม่ต้องไปศึกษาตำราอะไรเยอะแยะ สำคัญคือคุณต้องลงมือทำ ทำ ทำ และทำ ฝึก ฝึก และฝึกครับ ออกตัว: ผมไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากมาย สำเนียงไม่ได้ดีแบบคนต่างชาติ พูดผิดแกรมม่าประจำ 555 แต่ก็หน้าด้านพูดๆไปเถอะ เค้าเข้าใจเรา เราเข้าใจเค้าก็เป็นอันจบครับ ภาษาอังกฤษผมก็ถือว่าพอใช้ ทุกวันนี้ผมใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานทุกวันเลย เนื่องจากว่าต้องคุยกับลูกค้าที่เป็นคนต่างชาติ คุยกับลูกน้องที่เป็นคนต่างชาติ(คนอินโดนีเซีย)ทุกวัน คุยกับทีมงานที่บริษัทว่าจ้างซึ่งเป็นคนฝรั่งเศส เดินทางไปสิงค์โปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง และก็ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน เจรจางานทั้งนั้น สิ่งที่ผมจะเน้นให้ฝึกจะอยู่ในรูปของการนำไปใช้ทั้ง 4 ด้าน: ฟัง, พูด, อ่าน, เขียน มาเริ่มกันว่ามีวิธีอะไรกันบ้าง ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองก่อนครับ ว่าถ้าเราเก่งภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน: … Continue reading 8 ข้อคิดฝึกการใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ผลจริง (ไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นวิธีให้เห็นผลจริง)
How does Singapore Post take the Ecommerce opportunity in SEA?
I got invitation to attend eTail Asia 2014 in Singapore last week and I immersed myself into the Singapore Ecommerce tech people and environment although it's just a couple of days. I found many interesting things in Singapore and one is Singapore Post that taking big opportunities of Ecommerce in SEA very interestingly. Singapore Post … Continue reading How does Singapore Post take the Ecommerce opportunity in SEA?









