กฎเหล็ก 5 ข้อ เพื่อช่วยให้คุณตามหาแรงบันดาลใจแห่งชีวิต โดย ไซม่อน ซิเน็ค

ผมได้รู้จัก คุณไซม่อน ซิเน็ค (Simon Sinek) ครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว จากวีดีโอ TED Talk ที่ดังเป็นพลุแตก หัวข้อที่พูดคือ “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการลงมือทำได้อย่างไร” และทำให้ผมติดตามเค้าในผลงานเขียนหนังสือชื่อ Start with Why ต่อมา ล่าสุดผมได้ดูวีดีโอนำเสนอข้อคิด 5 ข้อที่เค้าแชร์ให้กับวัยรุ่นเพื่อให้ผู้คนสามารถค้นหาตัวเองได้เจอ ผมคิดว่า 5 ข้อคิดนี้ มีประโยชน์ น่าสนใจ และสามารถเอาไปใช้ได้ https://www.youtube.com/watch?v=8l-YpiiBH4o&feature=youtu.be กฎเหล็ก 5 ข้อ เพื่อช่วยให้คุณตามหาแรงบันดาลใจแห่งชีวิต โดย ไซม่อน ซิเน็ค ให้โฟกัสในสิ่งที่คุณต้องการและตามติดให้ได้มันมา - อย่าไปโฟกัสที่อุปสรรคต่างๆนานาที่เราพบเจอ บางทีปัญหาที่แท้จริงของเรื่องราวทั้งหมด ก็คือ คุณเองนั่นแหละ! หัดเรียนรู้ที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น และให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆอยู่เสมอ - และแน่นอน การที่คุณจะได้รับการช่วยเหลือจากคนอื่น ก็ต่อเมื่อคุณได้ลงมือช่วยเหลือผู้อื่นก่อน รู้จักเรียนรู้ที่จะพูดเป็นคนสุดท้าย!! พวกเรามันก็เหมาะกับแค่ถ้วยกาแฟกระดาษเท่านั้นล่ะ บทสรุปฉบับภาษาอังกฤษ ของกฎทั้ง 5 ข้อ ครับ … Continue reading กฎเหล็ก 5 ข้อ เพื่อช่วยให้คุณตามหาแรงบันดาลใจแห่งชีวิต โดย ไซม่อน ซิเน็ค

“กล้าที่จะถูกเกลียด” ชีวิตที่ไม่ต้องทำตามความคาดหวังของใคร เพื่อมีความสุขได้ ณ วินาทีนี้

https://www.youtube.com/watch?v=okztdb3f52I ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้จากเพื่อนๆพี่ๆที่พูดถึงกันมาก เลยอดไม่ได้ที่จะจัดมาอ่านซะหน่อย ปรากฎว่ามีหลายแนวคิดที่เชื่อมันอยู่แล้ว และอีกหลายแนวคิดที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจ จากแนวคิดของนักจิตวิทยาชื่อ อัลเฟรด แอดเลอร์ (Alfred Adler) นักจิตวิทยาและนักปรัชญาชาวออสเตรีย ผ่านมุมมองของนักปรัชญาชาวญี่ปุ่น คิชิมิ อิชิโร โดยมีโคะกะ ฟุมิทะเกะนักเขียนหนุ่มเป็นผู้เรียบเรียง จัดทำในรูปแบบการสนทนาถกเถียงกันในเชิงปรัชญา เพื่ออธิบายแนวคิดของ อัลเฟรด แอดเลอร์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการพัฒนาตนเอง” ให้ชัดเจนและปรับประยุกต์ใช้กับชีวิตได้จริง ผมขอสรุปแนวคิดย่อยเอาไว้เพื่อให้ผู้สนใจที่อยากจะ "ค้นพบตัวเอง" ได้ลองเอาไปคิดกันนะครับ โดยภาพรวม ถ้าจะให้ผมสรุปใจความสำคัญสั้นๆของหนังสือเล่มนี้ ผมคิดว่ามันเป็นหนังสือที่ส่งเสริมให้เราเกิดความ "ความกล้า" ครับ กล่าวคือ กล้าที่จะไม่ใช้ชีวิตตามความคาดหวังของใคร กล้าที่จะถูกเกลียด เพราะไม่ได้ทำตามความคาดหวังของเค้า กล้าที่จะมีความสุข ณ วินาทีนี้ 1. อย่าเชื่อเรื่องแผลใจ หลักจิตวิทยาแบบแอดเลอร์ คือหลักจิตวิทยาแห่งความกล้า ความกล้าที่จะมีความสุข ณ วินาทีนี้ ชีวิตของคนเราไม่ได้ถูกกำหนดโดยประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ถูกกำหนดโดยความหมายที่ตัวเรามอบให้กับประสบกาณณ์ต่างหาก (หรือก็คือมุมมองของเราที่มีต่อประสบกาณณ์นั้นๆ) ไม่ได้สำคัญว่าชีวิตนี้คุณเกิดมาแล้วได้หรือไม่ได้อะไรมาบ้าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคุณว่าจะใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์อย่างไร คนเราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ไลฟ์สไตล์ไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่เราเลือกเองได้ บางคนบอกว่าเปลี่ยนไม่ได้ จริงๆเพราะเค้าตัดสินใจว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงต่างหาก … Continue reading “กล้าที่จะถูกเกลียด” ชีวิตที่ไม่ต้องทำตามความคาดหวังของใคร เพื่อมีความสุขได้ ณ วินาทีนี้

ณ โรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง มีป้ายติดไว้ว่า..

ผมเผอิญไปเจอบทความสั้นๆที่คนแชร์กันมาใน Facebook อันนึงมีข้อคิดที่ดีน่าสนใจมาก และเป็นหลักการทำงานข้อแรกที่ผมใช้ในการทำงานกับทีมงาน/พาร์ทเนอร์ Priceza ทุกคน หลักการนี้ของญี่ปุ่นเรียกว่า Kaizen เป็นการพัฒนาเรื่อยๆทีละน้อยๆแต่ต่อเนื่อง เราเชื่อว่าทีมงานที่เข้ามาร่วมทีมกับ Priceza เปรียบเสมือนพาร์ทเนอร์ที่สำคัญของเรา เรามีหลักในการทำงานยึดถือว่า Learning and Growing Successfully Together นั่นคือการเน้นมให้พาร์ทเนอร์ที่เข้ามาร่วมทีมกับเราเรียนรู้และเติบโตไปกับ ผมพูดกับทีมเสมอๆว่า บริษัทเราจะโตไปไม่ได้ถ้าทีมงานเราไม่เติบโต เพราะฉะนั้นหน้าที่ของบริษัทคือช่วยสนับสนุนให้ทีมงานเรียนรู้และเติบโตไปกับเรากันครับ ลองดูเรื่องราวนะครับว่า ณ โรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง มีป้ายติดไว้ว่าอย่างไร... ณ โรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง มีป้ายติดไว้ว่า.. (1.01)^365 = 37.8 และ (0.99)^365 = 0.03 อาจจะงงเล็กน้อยว่า มันหมายความว่าอย่างไร?? เชื่อว่า..เมื่อท่านรู้ความหมายแล้วจะทึ่ง!!! 1.01 หมายถึง ถ้าหากเราเพิ่มความขยันขึ้นเพียงวันละเล็กน้อย คือ มากกว่าแค่ 0.01 เราก็จะขยันขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้าย เราจะขยันขึ้นกว่าเดิม 37.8 เท่า ในเวลา 1 ปี !! ในทางตรงข้าม ถ้าหากเราทำตัวแบบผลัดวันประกันพรุ่ง เหยาะแหยะ … Continue reading ณ โรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง มีป้ายติดไว้ว่า..

อัจฉริยะทางภาษา สร้างได้ง่ายนิดเดียวในวัยเด็ก จากการศึกษาของ ศ.(เกียรติคุณ)เดชา บุญค้ำ และ ศ.(เกียรติคุณ)นพ.ประเสริฐ บุญเกิด

อากู๋ของผมได้ส่งบทความจากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับ 24 มิ.ย. 57 มาให้ครับ บทความชื่อว่า 'อัจฉริยะทางภาษา' สร้างได้ง่ายนิดเดียว เป็นบทความที่น่าสนใจมาก บทสรุปมีดังนี้ครับ ช่วงเวลาที่เด็กเรียนรู้และจดจำสำเนียงภาษาได้ดีที่สุด คือ ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่จนกระทั่งถึงอายุ 2-3 ขวบ ซึ่งถือเป็นช่วง "วัยแพลทินัม" ของมนุษย์เรา เป็นช่วงที่เรียนรู้ภาษากาย ภาษาพูด ได้กว้าง ละเอียด และอยู่ได้อย่างถาวรที่สุด แนะนำให้เปิด DVD ส่งเสริการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้ดูตั้งแต่เด็กๆ (ตรงกับหลักการเด็กสองภาษา ของ คุณพงษ์ระพี เตชพาหพงษ์) เช่น Baby Einstein และ Little Einstein ศ.(เกียรติคุณ)นพ.ประเสริฐ บุญเกิด ซึ่งเป็นศาสตราจรย์ด้านสมองได้รณรงค์เรื่องการสอนภาษาเด็กตั้งแต่เล็กๆแบบนี้มานานแล้วให้เด็กไทยเรียนรู้ภาษาตั้งแต่เด็กๆ โตขึ้มาจะได้ใช้ภาษาได้เก่งทัดเทียมเจ้าของภาษา และมี IQ สูง และผมได้ลองค้นหาข้อมูลต่อ ก็ได้พบผลการทดลองสอนเด็กสองภาษา โดย ศ.(เกียรติคุณ)เดชา บุญค้ำ ที่ได้ทำการสรุปการสอนเด็กสองภาษาออกมาได้อย่างน่าสนใจครับ (ไว้จะกลับมาอ่านแล้วสรุปไอเดียอีกที) ลองดาวน์โหลดไปอ่านได้ตามลิงค์ด้านล่างครับ การสอนภาษาเด็กเล็กแบบ Bi-Lingual_Part1 การสอนภาษาเด็กเล็กแบบ Bi-Lingual_Part2 … Continue reading อัจฉริยะทางภาษา สร้างได้ง่ายนิดเดียวในวัยเด็ก จากการศึกษาของ ศ.(เกียรติคุณ)เดชา บุญค้ำ และ ศ.(เกียรติคุณ)นพ.ประเสริฐ บุญเกิด

เริ่มลงมือทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ อย่าโทษโน่นโทษนี่ เพราะมันไม่มีอะไรดีขึ้นมา!

หนังสือ 7 อุปนิสัยสําหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง (7 Habits of Highly Effective People) เขียนโดย Stephen R. Covey ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่อมตะจริงๆ ผมได้อ่านครั้งแรกตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ น่าจะ 10 ปีได้ละ แต่แง่คิดในหนังสือเล่มนี้กลับยังนำมาใช้ได้เรื่อยๆครับ โดยเฉพาะในเรื่อง "การลงมือถือ" อุปนิสัยแรกที่ Stephen พูดถึงคือการเป็นคน Proactive หรือคนที่เริ่มลงมือทำ คนที่ชอบลุยไปเลย (Execution-oriented) คนที่ชอบลงมือทำจะชอบถามตัวเองเสมอๆในการทำงานครับ ว่า... ในสถานการณ์แบบนี้ เราสามารถทำอะไรได้บ้าง? เราสามารถลงมือทำอะไรได้เลยบ้าง คำถามนี้จะช่วยให้เรามุ่งไปในสิ่งที่เรามีอำนาจ สิ่งที่เราสามารถลงมือทำได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องรอสถานการณ์ใดๆเกิดขึ้นก่อน เป็นเรื่องที่อยู่ในความควบคุมของเรานั่นเอง การคิดแบบนี้ผมเชื่อว่าเป็นการแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มเลยทีเดียว คือ Proactive Type และ Reactive Type คนที่เชื่อว่าจะเข้าไปลุยทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้คือ Proactive ส่วนคนที่รอให้คนอื่นมานำ หรือรอให้เหตุการณ์ต่างๆชักพาไปเอง กลุ่มนี้คือ Reactive Stephen อธิบายไว้ง่ายๆได้ภาพวงกลมสองวงนี้ครับ Proactive จะมุ่งพลังไปจดจ่อในสิ่งที่เรียกว่า Circle … Continue reading เริ่มลงมือทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ อย่าโทษโน่นโทษนี่ เพราะมันไม่มีอะไรดีขึ้นมา!

รวมวิธีการใช้ Mac และโปรแกรมฟรีแนะนำ

เหตุเพราะผมเพิ่งย้ายมาใช้ Mac ได้ประมาณ 1 เดือนพอดี ทำให้ต้องปรับตัวหลายอย่างมากๆ ทีนี้เลยขอโน๊ตเทคนิค วิธีการใช้ Mac ไว้หน่อย รวมทั้งโปรแกรมฟรีต่างๆสำหรับ Mac ครับ คนที่จะใช้ Mac ได้คล่อง จำเป็นมากๆเลยคือการใช้ Shortcut Key ครับ ผมรวมคีย์สำคัญๆมาไว้ตามนี้ Ctrl+Command+F = Full Screen App Command+W = Close Window Command+Q = Close App Command+Tab = Switch btw App Control+Tab = Switch btw Window Control+Up = Mission Control Control+Left = Dashboard Control+Space = Spotlight Four … Continue reading รวมวิธีการใช้ Mac และโปรแกรมฟรีแนะนำ

เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (เราถึงทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้) ตอนที่ 2

มาต่อกันที่ภาคจบของ "เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร?" ครับ ภาคนี้พูดถึงการนำไปใช้งานละครับ 3. ประโยชน์ของการเริ่มต้นด้วยคำถามว่าเพราะอะไร 3.1 เพื่อการสร้างทีมงานชั้นยอด คุณจะไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ชั้นยอดได้เลยถ้าคุณไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนชอบที่จะมาทำงานกับคุณ และทำให้ทีมงานมีความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ในการทำงานร่วมกันอย่างทีมที่แข็งแกร่ง คุณสามารถสร้างความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust) ได้โดยการสื่อสารและแสดงให้เห็นว่าคุณมีความเชื่อและค่านิยมแบบเดียวกับกลุ่มคนที่คุณสื่อสาร คุณจำเป็นต้องเล่าว่าเพราะอะไร (Why) คุณถึงสร้างผลิตภัณฑ์/องค์กรนี้ขึ้นมา และพิสูจน์ความเชื่อของคุณด้วยผลิตภัณฑ์/องค์กร (What) ที่เป็นสิ่งจับต้องได้ชัดเจน Why คือความเชื่อ How คือการกระทำเพื่อให้ความเชื่อของเราเป็นรูปธรรมขึ้นมา และ What คือผลจากการลงมือทำดังกล่าว เมื่อทั้ง 3 อย่างนี้เกิดขึ้นมาสมดุล จะก่อให้เกิดความไว้วางใจ (Trust) และทำให้ผู้คนเห็นคุณค่า (Value) ของสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา หน้าที่ของผู้นำองค์กรคือไม่ใช่แค่สรรหาคนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมทีม แต่ยังต้องสมควรหาคนที่เชื่อในสิ่งที่องค์กรคุณเชื่อและยึดถือด้วย คุณไม่ได้แค่ต้องการคนที่มีทักษะความสามารถ (Skills) แต่คุณต้องการคนที่มีทัศคติ (Attitude) ตรงกับองค์กรคุณด้วย การสรรหาทีมงานด้วยการเริ่มต้นว่าเพราะอะไร จะช่วยให้คุณวัดทัศคติความเชื่อของเค้าว่าเข้ากับองค์กรคุณได้มั้ย และเมื่อผ่านด่านนี้ คุณถึงค่อยไปวัดทักษะความสามารถว่ามีพอมั้ย องค์กรชั้นเลิศไม่ได้รับคนที่มีทักษะความสามารถเข้ามาแล้วกระตุ้นให้เค้าทำงาน แต่เค้ารับคนที่กระตือรือร้นอยากทำงานเข้ามาและสร้างแรงบันดาลใจให้เค้าสร้างผลงานชั้นยอด ถ้าคุณไม่กระตุ้นให้ทีมงานคุณเชื่อในบางสิ่งบางอย่าง บางสิ่งที่ใหญ่กว่าเนื้องานที่เค้าทำ พวกเค้าจะกระตุ้นตัวเองให้ออกไปตามหางานใหม่ที่อื่น แล้วองค์กรคุณจะเหลือแต่ทีมงานที่ไร้ซึ่งความเชื่อใดๆในองค์กรคุณเลย 3.2 เพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการในวงกว้าง … Continue reading เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (เราถึงทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้) ตอนที่ 2

เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (เราถึงทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้) ตอนที่ 1

ผมได้ดู TED อันนึงเมื่อเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาที่นำเสนอโดย Simon Sinek เรื่อง How great leaders inspire action มันได้ตบไอเดียเข้าที่หัวผมมากเสียจนผมต้องเขียนบล๊อกถึงไว้ ผ่านมาเกือบหนึ่งปี ผมก็ได้คว้าหนังสือ Start with Why: How Great Leaders Inspire Everyone to Take Action มาอ่านจบจนได้ ได้แนวคิดที่น่าสนใจ และผมได้ลองเอามาใช้จริงกับตัวเองแล้ว ทำให้ผมรู้สึกว่าเรามีแรงขับดันในการทำสิ่งต่างๆ ผมมีความชัดเจนในใจมากขึ้นว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ ผมทำไปเพื่ออะไร? ผมทำไปเพราะอะไร? ผมขอสรุปไอเดียสำคัญของหนังสือเล่มนี้ไว้ในบล๊อคนี้ครับ เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (Start with Why) 1. โลกที่ปราศจากจิตวิญญาณและความเชื่อ เพราะไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่า เพราะอะไร? Apple คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าทำไมเราต้องเริ่มต้นด้วยคำถามว่าเพราะอะไร Apple ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่ขายคอมพิวเตอร์, เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล, โทรศัพท์มือถือ แต่ Apple สามารถท้าทายความเชื่อเดิมๆของการพัฒนาสินค้าได้อย่างหมดจดด้วยการคิดต่างอย่างสร้างสรรค์ เค้าทำได้อย่างไร? เหตุผลง่ายๆคือ Apple สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน (Inspiration) Apple … Continue reading เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองว่า เพราะอะไร? (เราถึงทำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้) ตอนที่ 1

8 ข้อคิดฝึกการใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ผลจริง (ไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นวิธีให้เห็นผลจริง)

ภาษาอังกฤษในยุคนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเอามากๆครับ เป็นตัวแบ่งคนกลุ่มคนที่มีโอกาสเติบโตไปประสบความสำเร็จได้มาก กับอีกกลุ่มที่ตันไม่สามารถไปไหนต่อได้ไกล และยิ่งทุกวันนี้ที่โลกเราแคบมากขึ้น AEC กำลังจะเปิด คนต่างชาติไหลเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น มาแข่งกับคนไทยในการหางาน โดยที่เค้าสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนไทย ถ้าเราไม่เริ่มปรับตัวพัฒนาตัวเองให้ใช้ภาษาอังกฤษได้เก่งในวันนี้ก็ถือว่า "เราสายไปมากแล้วครับ" ผมอยากสรุปแนวคิดสั้นๆ กลั่นเอาจากประสบการณ์ที่ผมเรียนภาษาอังกฤษมาเนิ่นนาน (คนไทยเรียนภาษาอังกฤษกันนานไปไหม?) และจากการที่ได้นำมาใช้ในการทำงานหลายปี อยากให้สามารถนำไปปฏิบัติได้เลยทันที (แบบ Cookbook ตำราอาหาร) ไม่ต้องไปศึกษาตำราอะไรเยอะแยะ สำคัญคือคุณต้องลงมือทำ ทำ ทำ และทำ ฝึก ฝึก และฝึกครับ ออกตัว: ผมไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากมาย สำเนียงไม่ได้ดีแบบคนต่างชาติ พูดผิดแกรมม่าประจำ 555 แต่ก็หน้าด้านพูดๆไปเถอะ เค้าเข้าใจเรา เราเข้าใจเค้าก็เป็นอันจบครับ ภาษาอังกฤษผมก็ถือว่าพอใช้ ทุกวันนี้ผมใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานทุกวันเลย เนื่องจากว่าต้องคุยกับลูกค้าที่เป็นคนต่างชาติ คุยกับลูกน้องที่เป็นคนต่างชาติ(คนอินโดนีเซีย)ทุกวัน คุยกับทีมงานที่บริษัทว่าจ้างซึ่งเป็นคนฝรั่งเศส เดินทางไปสิงค์โปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง และก็ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน เจรจางานทั้งนั้น สิ่งที่ผมจะเน้นให้ฝึกจะอยู่ในรูปของการนำไปใช้ทั้ง 4 ด้าน: ฟัง, พูด, อ่าน, เขียน มาเริ่มกันว่ามีวิธีอะไรกันบ้าง ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองก่อนครับ ว่าถ้าเราเก่งภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน: … Continue reading 8 ข้อคิดฝึกการใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ผลจริง (ไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นวิธีให้เห็นผลจริง)

Presentation Zen ออกแบบการนำเสนออย่างเรียบง่ายและทรงพลัง

หนังสือ Presentation Zen "พรีเซนเทชั่นเซน" เขียนโดย การ์ เรย์โนลด์ส เล่มนี้ผมซื้อมานานเป็นปีได้ละ ผมจำได้ว่าซื้อมาช่วงที่ Steve Jobs เพิ่งเสียชีวิตลงไป ช่วงนั้นผมกำลังสนใจแนวคิดของ Zen ที่ Steve Jobs ใช้เป็นหลักในการนำเสนอและการออกแบบ นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังร่วมแปลโดยอาจารย์ที่ผมเคารพ อาจารย์ธงชัยโรจน์กังสดาล ที่ผมได้เรียนวิชา Creative Thinking และ OS กับท่านตอนป.ตรี ผมทิ้งหนังสือไว้ยาวมากเลยเล่มนี้ไม่ได้อ่านซักทีถึงคราวมาจัดซะหน่อยช่วงหยุดยาวนี้ ลองมาดูไอเดียของ Presentation Zen ที่ถือเป็นหัวใจหลักในการนำเสนอของ Steve Jobs กันครับ