JD.com กับกลยุทธ์เพื่อความเป็นหนึ่งในด้าน อีคอมเมิร์ซ และอีโลจิสติกส์

เชื่อว่าในเมืองไทยคงได้ยินชื่อของ JD.com หลังจากข่าวร่วมทุนเมื่อปีที่แล้ว หลายๆท่านอาจจะยังคิดว่า JD.com เป็นบริษัทที่เน้นการให้บริการอีคอมเมิร์ซเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว JD.com นั้นถือได้ว่าเป็นทั้งผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซและยังครอบคลุมถึงการบริหารจัดการอีโลจิสติกส์ด้วยตนเองอีกด้วย ซึ่งถือเป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนจากผู้เล่นรายใหญ่อื่นๆ และถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญในการที่จะบุกขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งท่ามกลางสมรภูมิรบอันร้อนแรงที่สุดในเวลานี้ JD.com กับการเข้าสู่อีโลจิสติกส์ หากย้อนไปช่วงแรก ที่ JD.com เพิ่งขยับเข้ามาในวงการอีคอมเมิร์ซการจัดส่งสินค้าผ่านทางผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภายนอกก่อให้เกิดปัญหาในด้านบริการค่อนข้างมาก เช่น การจัดส่งล่าช้า สินค้าเสียหาย หรือสูญหายไม่ถึงมือผู้รับ รวมไปถึงคุณภาพของการให้บริการ ทาง Richard Liu CEO ของ JD.com จึงริเริ่มที่จะจัดส่งสินค้าด้วยบริการโลจิสติกส์ของตัวเอง โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อควบคุมประสบการณ์การใช้บริการอีคอมเมิร์ซของลูกค้าให้ได้ดีที่สุด ซึ่งกลยุทธ์นี้จะแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น เช่น Alibaba ซึ่งจะเน้นการลงทุนสร้างแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ Third-party logistics รายอื่นๆ มากกว่าที่จะลงทุนด้านโลจิสติกส์เองทั้งหมด ถ้าเรามาดูรายละเอียดการบริการด้าน Logistics ของ JD.com ก็จะพบความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เช่น ในจำนวนพนักงาน JD.com ทั้งหมดราว 120,000 คน เป็นพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่ง และคลังสินค้า รวมกันราวๆ 80,000 คนเลยทีเดียว … Continue reading JD.com กับกลยุทธ์เพื่อความเป็นหนึ่งในด้าน อีคอมเมิร์ซ และอีโลจิสติกส์

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อธนาคารมีมาร์เก็ตเพลสของตัวเอง

หลังจากที่มีข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินสามารถให้บริการแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ หรือทำธุรกิจอีมาร์เก็ตเพลสของตัวเองได้ โดยมีแนวความคิดว่าธนาคารนั้นมีความพร้อมที่จะทำธุรกิจทางด้านอีมาร์เก็ตเพลสได้อย่างปลอดภัย และยั่งยื่น มีความชำนาญในเรื่องของการชำระเงินในช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และธนาคารบางแห่งก็มีธุรกิจ FinTech อยู่แล้ว รวมทั้งธนาคารเป็นสถาบันที่จะสนับสนุนกิจกรรมของธุรกิจรายย่อยต่างๆในประเทศ การให้บริการแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace Platform) คือการให้บริการพื้นที่หรือสื่อกลางผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เพื่อเป็นช่องทางการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ชำระเงินออนไลน์แบบครบวงจร รวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสาร การอบรมเพื่อพัฒนาธุรกิจแบบออนไลน์ และการสร้างเครือข่าย ซึ่งมีข้อห้ามคือ ห้ามธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ทำการผลิตสินค้าหรือบริการ รวมถึงการซื้อและจัดเก็บสินค้าหรือบริการไว้เพื่อการค้า เว้นแต่จะเป็นสินค้าหรือบริการเพื่อโครงการรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่มา: Digital Commerce 360 เรียนรู้ โมเดลธนาคารในจีน ICBC หรือ Industrial and Commercial Bank of China ธนาคารรายใหญ่ของจีนที่เข้าสู่อีคอมเมิร์ซในปี 2014 ด้วยการใช้ทรัพยากรทางการเงินมหาศาลในการเสนอเงินกู้ให้กับธุรกิจ และผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์บนพอร์ทัลของธนาคารที่มีชื่อว่า Rong E Gou ซึ่งมีความหมายว่า “ซื้อได้ง่าย” มีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่า 10,000 ร้านค้า โดยมีหมวดสินค้าเช่น … Continue reading จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อธนาคารมีมาร์เก็ตเพลสของตัวเอง

ย้อนดูอีคอมเมิร์ซเอเซีย เพื่อก้าวต่อไปของอีคอมเมิร์ซไทย

หลายครั้งที่ผมมักพูดถึงความเคลื่อนไหวของอีคอมเมิร์ซฝั่งอเมริกา อย่าง Amazon หรือ Walmart แต่ครั้งนี้ขอลงมาที่ฝั่งเอเซียของเราบ้างครับ ปีที่แล้วอีคอมเมิร์ซในเอเซียค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยสองผู้เล่นหลักอย่าง Alibaba และ JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่จากจีน ซึ่งในปีที่ผ่านมามีความพยายามในการขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซระดับนานาชาติไปยังหลายประเทศ โดยทั้งสองได้ลงแรงอะไรกันไปบ้าง ผมคัดเอาไฮไลท์มาให้ติดตามกันครับ Alibaba ดูเหมือนว่าปีที่แล้ว Alibaba จะเน้นหนักไปกับการทำธุรกิจข้ามพรมแดน (Cross-border) โดยมุ่งเข้าสู่ตลาดเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีการลงทุนระดับพันล้านเหรียญฯไปที่ Lazada ซึ่งก่อตั้งโดย Rocket Internet ประเทศเยอรมนี ในรูปแบบเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแบบเดียวกับ Amazon และ Alibaba เหตุผลในการลงทุนครั้งนี้ก็เพื่อหาตลาดใหม่อย่างเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่คาดว่าจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วด้วยฐานลูกค้าเดิมของ Lazada ทั้ง 6 ประเทศ นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของเขตการค้าเสรีดิจิทัล หรือ Digital Free Trade Zone ที่ได้ความร่วมมือจากมาเลเซีย เพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้า และส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กโดยเป็นจุดเชื่อมต่อการซื้อขายสินค้าทั่วโลก แผนก็คือมีการสร้างโกดังสินค้าและจะนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาส่งเสริมในการดำเนินธุรกิจ ไม่เพียงแต่ธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนเท่านั้นที่ Alibaba ให้ความสนใจ อินเดียก็เป็นอีกประเทศที่ได้รับเงินลงทุนอย่าง Paytm บริษัทอีคอมเมิร์ซและระบบจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ของอินเดียโดยถือหุ้น 62% … Continue reading ย้อนดูอีคอมเมิร์ซเอเซีย เพื่อก้าวต่อไปของอีคอมเมิร์ซไทย

อยู่อย่างสตรอง ห้างร้านต้องปรับตัวรับยุคอีคอมเมิร์ซ 2018

ปีที่ผ่านมา ข่าวการปิดตัวของร้านค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางธุรกิจก็หันไปจับช่องทางออนไลน์ให้ตัวเองอยู่ได้ต่อไป แต่ที่น่าแปลกใจก็คือธุรกิจออนไลน์กลับหันมาเปิดหน้าร้านเป็นของตัวเอง แล้วร้านค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในเวลานี้ควรทำตัวเช่นไร ลองดูไปพร้อมๆกันครับ ทยอยปิดตัว ในฝั่งการค้าปลีกสหรัฐฯ อาจเป็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก เมื่อภาพที่เกิดขึ้นคือบรรดาร้านค้าปลีก ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าต่างก็ทยอยปิดตัวลงกว่า 6,700 แห่งทั่วสหรัฐฯ ในปี 2017 เนื่องจากประสบปัญหาการสูญรายได้ และยอดขายซบเซา อย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า Macy’s ห้างเก่าแก่ที่เคยมียอดขายสูงเป็นอันดับที่ 15 ของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันทยอยปิดสาขากว่า 68 สาขาทั่วประเทศ และในอีก 2-3 ปีข้างหน้าอาจจะทยอยปิดเพิ่มอีกกว่า 30 สาขาเมื่อหมดสัญญาเช่า นอกจากนี้ก็ยังมี ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่อย่าง Sears และ Kmart ที่ดำเนินกิจการโดยเจ้าของธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาอย่างบริษัท เซียร์ส โฮลดิงส์ คอร์ปอเรชัน ที่ประกาศปิดสาขาที่ไม่ทำรายได้หลังจากทยอยปิดหลายสาขาจากปีก่อนหน้า โดย Sears จะปิดเพิ่มอีก 39 สาขา และ Kmart อีก 64 สาขา ในปีนี้ ที่มา: clark สวนกระแส … Continue reading อยู่อย่างสตรอง ห้างร้านต้องปรับตัวรับยุคอีคอมเมิร์ซ 2018

เจาะความสำเร็จ “ซิงเกิ้ล เดย์” ของ อาลีบาบา

ผ่านพ้นไปแล้วกับวันคนโสด (Singles’ day) กับยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของวงการอีคอมเมิร์ซด้วยมูลค่า 168.2 พันล้านหยวนของ Alibaba หรือคิดเป็น 25.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับวันเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ที่ทำยอดขายไว้ที่ 120.7 พันล้านหยวน ในบทความนี้ ผมมีข้อมูลที่น่าสนใจ รวมถึงกลยุทธ์วันคนโสดของ Alibaba มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อที่ผู้ประกอบการไทยจะได้นำไปประยุกต์ใช้กับกิจการของตัวเองได้ไม่มากก็น้อยนะครับ ยอดขายถล่มทลาย จากการเปิดเผยตัวเลขของ Alibaba เมื่อวันที่ 11/11 ที่ผ่านมา Alibaba มียอดขายแตะ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่ 30 นาทีแรกของวัน โดยเมื่อผ่านไป 12 ชั่วโมง ก็สามารถทำยอดขายแซงหน้าสถิติของปีก่อนที่ 18 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปเรียบร้อย ทิ้งห่างคู่แข่งเบอร์สองอย่าง JD.com ที่มียอดขายมูลค่า 127.1 พันล้านหยวน หรือ 19.14 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในวันเดียวกัน หรือแม้จะเปรียบเทียบกับวัน Black Friday จากฝั่งอเมริกาที่มียอดขายจากร้านค้าปลีกมูลค่ารวม … Continue reading เจาะความสำเร็จ “ซิงเกิ้ล เดย์” ของ อาลีบาบา

Marketplace ฟีเจอร์ใหม่เฟซบุ๊ก กระตุ้น หรือ กระทบ อีคอมเมิร์ซ

หลายท่านที่ใช้เฟซบุ๊กคงจะเริ่มผ่านหูผ่านตากันบ้างแล้วกับไอคอนรูปหน้าร้านที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับรองรับบริการใหม่ที่ชื่อ Marketplace โดยเจ้า Marketplace นี้ทำหน้าที่เป็นตลาดสำหรับอำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ใช้เฟซบุ๊กด้วยกัน เป็นการเพิ่มช่องทางซื้อขายนอกเหนือไปจากการลงประกาศขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊กเพจ หรือผ่านหน้าฟีดของตนเองมาเป็นเวลานาน ที่มาที่ไป เฟซบุ๊กประกาศเปิดตัว Marketplace ในประเทศไทยเป็นประเทศที่ 24 ในโลก ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจจะเป็นเพราะจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศ ร่วมกับความนิยมในการชอปปิ้งออนไลน์ของคนไทย รายงานของ PWC ระบุว่า ในปี 2016 ประเทศไทยเป็นตลาด C2C ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ 51% ของกลุ่มตัวอย่าง ให้ข้อมูลว่ามีการซื้อสินค้าบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค ในขณะที่มีข้อมูลจาก Lexicon รายงานว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้เฟซบุ๊ก 46 ล้านคน นับเป็นจำนวน 2% ของผู้ใช้เฟซบุ๊กทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นผู้ใช้งานในเขตกรุงเทพจำนวน 30 ล้านคน ตามด้วย เชียงใหม่ 1.3 ล้านคน ขอนแก่น 750,000 คน และหาดใหญ่ 590,000 คน เรียกว่าใช้งานเฟซบุ๊กกันทุกภาคในประเทศเลยครับ ที่มา: LEXICON Facebook … Continue reading Marketplace ฟีเจอร์ใหม่เฟซบุ๊ก กระตุ้น หรือ กระทบ อีคอมเมิร์ซ

มังกรผงาดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซเอเซีย ในวันที่ JD.com เข้าไทย

ไม่นานมานี้ ข่าวใหญ่ในวงการธุรกิจอีกข่าวหนึ่งในประเทศไทยที่พูดถึงกันหนาหูก็คือ ข่าวการเข้ามาของ JD.com และ JD Finance ซึ่งเข้ามาลงทุนกับ เซ็นทรัล กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกไทย ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับ Alibaba กันอยู่พอสมควรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริการจาก Aliexpress Taobao หรือ Tmall ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ลงทุนกับ Lazada ไป โดย Alibaba และ JD.com นั้น นับว่าเป็นเบอร์หนึ่ง และเบอร์สองของวงการอีคอมเมิร์ซจีน เราลองมาดูกันครับว่าการเข้ามาของสองยักษ์ใหญ่จากจีนนั้นมีส่วนเหมือน หรือแตกต่างกันในด้านใดบ้าง ที่มาที่ไป Alibaba ภายใต้การนำของ Jack Ma จากการทำธุรกิจ B2B ในปี 1999 เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตในจีนกับคู่ค้าในต่างประเทศ จนพัฒนาเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนไม่ว่าจะเป็น B2B B2C หรือ C2C ด้วยจำนวน Active mobile user 529 ล้านคนต่อเดือน JD.com หรือในชื่อจีนว่า Jingdong … Continue reading มังกรผงาดขยายตลาดอีคอมเมิร์ซเอเซีย ในวันที่ JD.com เข้าไทย

ขายของออนไลน์ต้องรู้!! จ่ายเงินผ่านเฟสบุ๊ค ดีจริงหรือ

ระบบการชำระเงินอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการจ่ายเงินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร จ่ายผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือจ่ายผ่านหน้าเว็บด้วยการตัดผ่านบัตรเครดิต จนถึงการจ่ายเงินเมื่อได้รับสินค้าก็มี สาเหตุที่ระบบการจ่ายเงินมีหลายรูปแบบ เพราะพฤติกรรมของผู้ซื้อของออนไลน์แตกต่างกันไป บางคนชอบเห็นของแล้วค่อยจ่าย บางคนไม่มั่นใจระบบตัดบัตรเครดิต บ้างก็ชอบจ่ายหน้าตู้เอทีเอ็มมากกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเฟสบุ๊ค ได้นำฟีเจอร์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับระบบชำระเงินเข้ามาใช้ในสังคมออนไลน์ อนาคตจะทำให้การซื้อขายออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊คทำได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยขึ้น อันจะนำมาซึ่งผลกระทบในวงกว้าง อย่างในปี 2559 เองมีข้อมูลจาก PayPal และ Ipsos ว่า คนไทยมีการช็อปออนไลน์กว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี และในปี 2560 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาทต่อปี เป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยทีเดียวนะครับ เฟสบุ๊คกับระบบชำระเงิน แต่ก่อนเราเคยได้ยินมาว่าเฟสบุ๊คเริ่มทดสอบระบบการชำระเงิน ซึ่งจะช่วยให้คนซื้อของสามารถชำระเงินค่าสินค้าได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปชำระผ่านแอพข้างนอก หรือไปโอนเงินหน้าธนาคาร หน้าตู้เอทีเอ็มให้ยุ่งยาก ทำให้มีคนรอคอยอยากให้มันเกิดเร็วๆ ถ้าเราเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเปิดร้านค้าไว้กับเฟสบุ๊คเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่ามีการแจ้งอัพเดตใหม่ ให้สามารถเรียกชำระเงินจากลูกค้าผ่านเฟสบุ๊คได้โดยตรง โดยเราต้องชำระเงินผ่าน Messenger ของเฟสบุ๊คนั่นเอง สำหรับระบบการชำระเงินผ่านเฟสบุ๊คนั้น เมื่อเราสมัครเข้าใช้ระบบแล้วมันจะตัดผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่เราลงทะเบียนเอาไว้อีกที ถือว่าสะดวกสบายไม่น้อย แต่การมีระบบอะไรก็ตามมันก็มีข้อดีข้อเสียตามมา ลองดูกันครับ … Continue reading ขายของออนไลน์ต้องรู้!! จ่ายเงินผ่านเฟสบุ๊ค ดีจริงหรือ

พาร์ทเนอร์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง – โชว์ห่วยจีน “แฮปปี้” ด้วย “Happy Post”

ดูเหมือนว่าการปิดตัวของร้านโชว์ห่วยเล็กๆ จะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หลังจากการเข้ามาของโมเดิร์นเทรด และการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ แต่มันอาจไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป เมื่อไปรษณีย์จีน (China Post) ได้ร่วมทุนกับ Tom Group บริษัทในเครือ Li Ka-shing มหาเศรษฐีจากฮ่องกง ตั้งบริษัทชื่อ “Ule (อูเล)” หรือ “Happy post” เพื่อปฏิวัติร้านโชว์ห่วยธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเครือข่ายร้านโชว์ห่วยออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน การร่วมมือครั้งนี้ส่งผลให้ธุรกิจพัสดุจีนโตถึง 450% และยังมีการตั้งเป้าไว้ว่าจะเติบโตอีกปีละ 100% นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่นำเอาเทคโนโลยีผนวกกับธุรกิจรูปแบบเดิม เพื่อให้ธุรกิจคงอยู่และเติบโตไปตามกระแสโลกดิจิตอลได้อย่างสมบูรณ์  เปลี่ยนวิกฤต ให้เป็นโอกาส - ทำความรู้จัก Happy Post เมื่อเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเข้ามายังชนบทด้วยการเข้าถึงผ่านสมาร์ทโฟนทำให้ลูกค้าท้องถิ่นนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ยอดขายสินค้าของร้านค้าท้องถิ่นก็ลดน้อยลง จะอยู่ให้รอดก็ต้องปรับตัว แล้ว Happy Post หรือ Ule นี่แหละครับที่เข้ามาเป็นฮีโร่ให้กับร้านค้าท้องถิ่น อีคอมเมิร์ซแพล็ตฟอร์มที่ให้ร้านโชว์ห่วยในชนบทจีนเข้าร่วมโครงการ โดยช่วยเชื่อมต่อร้านค้าออฟไลน์กับโลกออนไลน์ ทำให้ร้านค้าในชนบทสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น ผ่านคนกลางอย่างไปรษณีย์จีนที่ทำหน้าที่จัดส่งสินค้า จุดเด่นของบริการนี้ก็คือ ถ้าลูกค้าต้องการซื้อสินค้าที่ไม่มีในร้านค้าของคุณ คุณก็สามารถจัดหาให้ได้ โดยสินค้านั้นจะนำมาส่งในวันรุ่งขึ้นพร้อมกับบุรุษไปรษณีย์นั่นเอง  สุดยอดกลยุทธ์แห่งความสำเร็จ จากสถานการณ์ที่กล่าวไปข้างต้นนั้น … Continue reading พาร์ทเนอร์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง – โชว์ห่วยจีน “แฮปปี้” ด้วย “Happy Post”